Open top menu
วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560
MV Agusta จับมือตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ลุยตลาดอเมริกาเหนืออีกครั้ง

เออห์บาน โมโต กรุ๊ป (Urban Moto Group) ไม่ได้เป็นเพียง ผู้นำเข้า เอ็มวี อกุสต้ารายล่าสุด แต่ยังเป็นตัวแทนจำหน่าย เบเนลี อีบีอาร์ รอยัลเอ็นฟิลด์ แปละอีกหลายแบรนด์ในออสเตรเลีย

เอ็มวี อกุสต้า และ เออห์บาน โมโต กรุ๊ปจะร่วมกันพัฒนาตลาดในกลุ่มอเมริกาเหนือ พุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ซึ่งมีจำนวนมากในกลุ่มประเทศดังกล่าว ด้วยประสบการณ์ ความสำเร็จ และความแข็งแกร่งของ เออห์บาน โมโต กรุ๊ป รวมถึงความยอดเยี่ยมในการดูแลลูกค้าและดีลเลอร์

มร.จีโอวานนี ซีอีโอ ของ เอ็มวีอกุสต้า กล่าวว่า “เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้รวมสร้างความสำเร็จไปกับ เออห์บาน โมโต กรุ๊ป พาร์ทเนอร์รายใหม่ที่จะมาพัฒนาตลาดของเอ็มวีอกุสต้าในกลุ่มอเมริกาเหนือ เราเชื่อมั่นว่า เออห์บาน โมโต กรุ๊ป และเราจะช่วยพา เอ็มวี อกุสต้า เขาสู่ยุคใหม่ในกลุ่มอเมริกาเหนือทั้งในด้านยอดขายและความหลงใหลในแบรนด์”

ตลาดเมริกาจะกลายเป็นตลาดสำคัญของแบรนด์ในอนาคตการบุกตลาดอเมริกาเหนืออีกครั้งของ เอ็มวี อกุสต้า ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญของแบรนด์
ที่มา: autospinn
Read more
วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559
Engine Brake Control (EBC)

ผู้ขับขี่หลายท่านมักจะมีตัวช่วยในการลดหรือชลอความเร็ว โดยการลดระดับเกียร์ลงต่ำ ซึ่งหากกระทำอย่างกระทันหัน ในขณะที่มีการขับขี่ด้วยความเร็ว อาจทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียการยึดเกาะถนนจากการที่ล้อหลังถูกล็อคได้

ระบบ EBC ถูกติดตั้งอยู่ใน 1299 Superleggera และ 1299 Panigale มีหน้าที่ตรวจสอบตำแหน่งลิ้นเร่ง ตำแหน่งเกียร์ อัตราการชลอของข้อเหวี่ยง และช่วยเปิดลิ้นเร่งเพื่อสร้างความสมดุลย์ของแรงกระทำบนหน้ายางของล้อหลัง ภายใต้สภาวะที่มีแรงต้านจากเครื่องยนต์ โดยการทำงานที่สอดคล้องกับโหมดการขับขี่ที่เลือก เพื่อให้รถมีสเถียรภาพที่ดีที่สุดและสนุกไปกับการขับขี่ครับ
ที่มา: Ducati Thailand
Read more
วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ฮอนด้า เดินหน้าโครงการวิจัยเพื่อเมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ต่อเนื่อง 4 ปี หวังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 21 ธันวาคม 2559: ฮอนด้าประกาศจัดทำโครงการวิจัย “เพื่อเมืองไทยไร้อุบัติเหตุ โดยฮอนด้า” เพื่อศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยานยนต์ในเอเชียและโอเชียเนีย ระหว่างปี 2559-2063 นำร่องประเทศไทยเป็นแห่งแรก โดยผนึกกำลังศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย หรือ TARC ในการศึกษา 1,000 กรณีจากเหตุการณ์จริง คาดสามารถยกระดับและพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้

โดยในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจาก นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย มร.โนริอากิ อาเบะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ ประจําภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย, บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด, ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด นายอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด รศ.ดร. กัณวีร์ กริษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย และ นพ.แท้จริง ศิริพาณิชเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมงานแถลงข่าวโครงการวิจัย “เพื่อเมืองไทยไร้อุบัติเหตุ โดยฮอนด้า”

จากการที่ฮอนด้าซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ มีสินค้าหลากหลายตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ฮอนด้าได้เล็งเห็นความปลอดภัยเป็นมาตรฐานสูงสุด จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกภาคส่วน อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ตลอดจนผู้ใช้ถนนทั่วไป ดังสโลแกนฮอนด้าทั่วโลก “Safety for Everyone” ภายใต้คำมั่นนี้ ฮอนด้าจึงมุ่งที่จะลดปัญหาความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุจากการจราจรเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถได้อย่างเสรีและมีความปลอดภัย

ทั้งนี้พบว่าบางภูมิภาคในโลกยังมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่สูงมาก โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย อันเป็นที่มาของโครงการวิจัยเชิงลึกหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยานยนต์ในเอเชียและโอเชียเนียครั้งนี้ ซึ่งจะเริ่มนำร่องที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก ด้วยเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงที่สุดในเอเชีย (อ้างอิงจาก Global Status Report on Road Safety 2015 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) )

มร.อาเบะ กล่าวว่า "ฮอนด้ามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมปลอดอุบัติเหตุ" เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความสุขจากการใช้ยานยนต์ ทั้งนี้อัตราการเกิดอุบัติเหตุในภูมิภาคเอเชียถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขโดยเร็ว โดยในส่วนของผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ ฮอนด้าจะทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อค้นหาปัจจัยต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อนำไปสู่การการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและเหมาะสมต่อไป เราเชื่อมั่นว่าโครงการวิจัยอุบัติเหตุในประเทศไทยครั้งนี้ จะเป็นโครงการนำร่องที่สามารถเพิ่มพูนองค์ความรู้ต่างๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนรวมทั้งช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยและภูมิภาคได้อย่างแน่นอน”

สำหรับโครงการวิจัยฯ ดังกล่าวจะทำการศึกษาเป็นระยะเวลา 4 ปี โดยจะศึกษาจังหวัดที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, นครราชสีมา และสงขลา โดยจะทำการศึกษาจากเหตุการณ์จริงจำนวน 1,000 กรณี ในระหว่าง พ.ศ. 2559-2563

สำหรับกระบวนการศึกษานั้น ฮอนด้าจะร่วมกับศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย หรือ TARC ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุ โดยจะส่งทีม TARC ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลตามกรอบการศึกษาและระเบียบวิธีวิจัย จากนั้นจะวิเคราะห์ข้อมูลและส่งรายงานให้ฮอนด้าเพื่อวิเคราะห์และนำไปปรับใช้ในงานวิจัยและพัฒนาของตนในขั้นต่อไป โดยคาดว่าผลการศึกษาชิ้นแรกจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2560

ขั้นตอนการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเริ่มจากทีม TARC จะแบ่งทีมลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยจะเก็บข้อมูลครอบคลุมหลายด้าน อาทิ ระดับอาการบาดเจ็บของผู้ประสบอุบัติเหตุ ระดับความเสียหายของยานยนต์ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ สัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ซึ่งทีม TARC จะทำการบันทึก เก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา และสรุปปัจจัยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อส่งรายงานให้กับฮอนด้าเพื่อการวิเคราะห์ในขั้นต่อไป

ทั้งนี้ ฮอนด้าและทีม TARC ได้ดำเนินโครงการนำร่องโดยศึกษาอุบัติเหตุจริง 30 กรณีมาเมื่อต้นปี 2559  และโครงการศึกษาในครั้งนี้ เป็นการขยายจำนวนและพื้นที่การวิจัยให้กว้างมากขึ้นต่อยอดจากโครงการนำร่องดังกล่าว

ฮอนด้าคาดว่าข้อค้นพบจากการศึกษาในครั้งนี้ จะนำไปสู่การปฎิบัติเพื่อลดอุบัติเหตุจากการจราจร ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสำหรับยานยนต์ฮอนด้าในท้องตลาด อีกทั้งช่วยปรับปรุงเนื้อหาการฝึกอบรมการขับขี่ยานยนต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฮอนด้าหวังว่าโครงการวิจัยอุบัติเหตุนี้จะนำประโยชนมาสู่สังคมและสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัยลดอุบัติเหตุได้จริงต่อไปในอนาคต
Read more
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
"1299 Superleggera - Ducati Project 1408”

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย กับการเผยโฉม Ducati Project 1408; 1299 Superleggera ในงาน EICMA 2016 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี กับ Ducati SuperBike ที่มีน้ำหนักเบาที่สุด เพียง 156 กิโลกรัม และมีพละกำลังที่แรงที่สุด อยู่ที่ 215 แรงม้า (กรณีที่ใช้ชุดท่อ Racing kit. จะมีพละกำลังอยู่ที่ 220 แรงม้า) ซึ่งถือว่าเป็นรถที่เบาและแรงที่สุดเท่าที่ดูคาติเคยมีมา ด้วยวัสดุที่โดดเด่นในเรื่องความเบา และความทนทาน เพื่อใช้ในการผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นวัสดุเกรดเดียวกับที่ใช้สำหรับผลิตเครื่องบินในปัจจุบัน อย่าง Tungsten, Carbon, Magnesium และ Titanium
รถ 1299 Superleggera ได้ถูกผลิตออกมาจำหน่ายเพียง 500 คันทั่วโลกเท่านั้น ด้วยรูปโฉมและการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านสมรรถนะและเทคโนโลยี ส่งผลต่อผู้ที่ต้องการครอบครองต่างไขว่คว้าเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของ จึงทำให้ยอดจองหมดลงไปในเวลาอันรวดเร็ว
Read more
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
[Eicma2017] KTM 390Duke ปรับโฉมใหม่เฉียบคมหัวจรดท้าย พร้อมคันเร่งไฟฟ้าหน้าจอสี่สี

เคทีเอ็ม 390ดู๊ค กลายเป็นเน็กเก้ตไบค์ขายดีถล่มทลายมาตั้งแต่เปิดตัวปี 3 ปีก่อน แต่น่าจะถล่มทลายแค่ในต่างประเทศเพราะในไทยเองกลุ่มสายเลือดสีส้มดูจะไม่คึกคักแต่เจ้าโฉมใหม่นี้อาจจะช่วยได้ ไฟหน้าของ เคทีเอ้ม 390ดู๊ค นั้นออกมาในสไตล์หน้ากากเคนโด้เช่นเดียวกับในรุ่นซูเปอร์ดู๊ค อาร์ โดยเป็นไฟหน้าแบบแอลอีดีแบบเดียวกับในตระกูลแอดเวนเจอร์   ไม่ใช่แค่ไฟหน้าแต่ทว่างานบอดี้ทั้งหมดนั้นถูกปรับโฉมใหม่ให้เฉียบคมและดูล้ำสมัยยิ่งขึ้นตามภาพที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ รวมถึงมีการเปลี่ยนเป็นคันเร่งไฟฟ้าและหน้าแสดงผลเป็นแบบหน้าจอสี่สี ซัพเฟรมหรือเปลท้ายนั้นตอนนี่่้เปลี่ยนไปใช้วิธีการยึดน็อตเข้าที่เฟรมถักโดยตรง การเปลี่ยนซัพเฟรมทำให้ดีไวนืท่านั่งของตัวรถนั้นต้องเปลี่ยนใหม่ถังน้ำมันถูกปรับให้ใหญ่ขึ้นอีก ระบบกันสะเทือนของไวท์พาวเวอร์นั้นเปลี่ยนเป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 43มม. จานเบรกหน้าขนาดใหญ่ 320 มม.
ที่มา: autospinn
Read more
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
2017 DUCATI SCRAMBLER DESERT SLED เปิดตัวที่ EICMA

2017 DUCATI SCRAMBLER DESERT SLED เปิดตัวที่ EICMA 2017 Desert Sled มอเตอร์ไซค์ Retro Scrambler เครื่องยนต์ Desmodue L-twin 803cc Air-Cooled ที่มีการดัดแปลงระบบกันสะเทือนเพื่อให้ใส่วงล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และวงล้อหลังขนาด 17 นิ้ว พร้อมเสริมเฟรม Bash Plate กับไซด์เพลตป้องกันเครื่องยนต์ทั้งสองด้าน และเสริมสวิงอาร์มใหม่ที่ยาวขึ้นกว่ามอเตอร์ไซค์ Scrambler 800 ช่วงหน้าที่กว้างกว่าเดิมและระบบกันสะเทือนของ Desert Sled ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้กับทุกสภาพพื้นที่โดยใช้ช่วงหน้ากลับหัว Kayaba ขนาด 46 มิลลิเมตร และกันสะเทือนท้ายแบบแก๊ส ระบบห้ามล้อ Brembo ที่เสริมด้วยระบบ ABS จาก Bosch 9.1 MP และดิสก์เบรกหน้าขนาด 330 มิลิเมตรแบบ 4 Piston Caliper และดิสก์เบรกขนาด 245 มิลิเมตรแบบ Diameter Pison Caliper ที่ล้อหลัง ขณะที่เครื่องยนต์ Desmodue L-twin 803cc Air-Cooled ส่งกำลังได้ 75 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 68 นิวตันเมตร และที่สำคัญระบบไอเสียของ 2017 Ducati Desert Sled นั้นก็ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro4 นอกจากนี้ยังใช้ถังเชื้อเพลิงทรง Tear Drop และไฟหน้าติดตะแกรง บังโคลนหน้าติดตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่า Scrambler โมเดลอื่น ๆ ซึ่งความสูงเบาะนั่งของ Scrambler โมเดลนี้อยู่ที่ 860 มิลลิเมตร      
ที่มา: HD-Playground
Read more
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เปิดตัว SEGONI G800 ORO พรีเมียมไบค์ในราคา 58,000 ยูโร

เปิดตัว SEGONI G800 ORO พรีเมียมไบค์ในราคา 58,000 ยูโร มอเตอร์ไซค์สไตล์ cafe racer สุดหรูคันนี้สร้างโดยบริษัทสัญชาติอิตาลี Segoni และที่มาของชื่อ Oro นั้นก็เพราะว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้ประกอบขึ้นด้วยเฟรมแบบแฮนด์-บิลด์พร้อมชุดด้วยทองคำแท้ 24 กะรัต นอกจากมอเตอร์ไซค์ราคาสุดพรีเมียมคันนี้จะติดตั้งเครื่องยนต์ของ Kawasaki Z800 แล้วยังมีวงล้อ OZ Racing ช่วงหน้า Marzocchi รวมไปถึงแฮนด์เมดสวิงอาร์ม ชุดห้ามล้อ Brembo ถังเชื้อเพลิงอลูมิเนียม ท่อไอเสีย Arrow และ Bitubo twin shocks ซึ่งหมายความว่า Segoni G800 Oro นั้นเป็นมอเตอร์ไซค์ Made in Milan แทบทั้งคันเลยก็ว่าได้ และ G800 Oro จะผลิตเพียง 20 คันเท่านั้นโดยจะผลิตตามใบสั่งผลิตซึ่งจะใช้เวลาราวๆสามเดือนในการผลิตและส่งถึงมือลูกค้า สนนราคาอยู่ที่ 58,000 ยูโร หรือราวๆ 2,263,740 บาท
ที่มา: HD-Playground
Read more